Chirasatree's profile(⊙o⊙) kOokKak (⊙o⊙)PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    April 18

    ชีวิตก็ยังมีเรื่องให้ยิ้มได้อยู่

    ในที่สุด..ก็จะได้ไปประเทศในฝันแย้วววว
    ..เนปาล..
     
    ดีใจจังที่มีแนวร่วมไปด้วยหลังจากใช้เวลาหามาตั้งนานจนถอดใจจะไปฮ่องกงแทนละเนี่ย
    พอมีแนวร่วมปุ๊บ..เราก็เปลี่ยนแผนปั๊บ..ยกเลิกทัวร์ฮ่องกงที่จะไปเดือนหน้า
    เตรียมตัวไปเนปาลแทน
     
     
    แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือเก็บเงินให้ได้เยอะๆ ไปช้อปปิ้ง เย้ๆ
     
    ^o^
     
     
    December 11

    อาการงก

    หยา...อยากไปงานเร้กเก้สกาที่ขอนแก่น..
    แต่ต้องลงกทม.คืนนี้
    -*-
     
    เมื่อวานน้องที่ตลาดบอกว่าได้ล็อคที่งานเร้กเก้
    มาชวนเราไปขายของ...แค่น้องมาชวน..อาการ"งก"ก็ขึ้นสมอง
    จะเบี้ยวหมอฟันอีกระลอกดีมั้ยเนี่ย
     
    แต่สุดท้ายก็ต้องทำใจ..ช่วงน้ำมันลดให้รีบเดินทางไกลก่อนจะไม่มีโอกาส
    ไม่เป็นไรยังมีงานเร้กเก้ที่ปาย...ขายของยังได้อีก
    ^^
     
    อยากไปเที่ยวอินเดีย..ออกเนปาล
    แต่ขาแจมไม่ขอไปด้วย
    เค้าบอกว่า..ขอที่ที่มันเจริญกว่านี้หน่อยได้มั้ย..
     
    ก็ที่อยากไปเพราะมันเป็นของมันอย่างนั้นน่ะแหละถึงได้อยากไปนักหนา
    เฮ้อออ
     
     
    November 02

    เรื่องของเวลา

    อยู่ๆ ก็มานั่งคิดถึงว่าวันนี้เมื่อปีที่แล้ว..เราอยู่ที่ไหนกันนะ
    อื้มมม...ใครจะเชื่อว่า..เวลาที่ผ่านไปมันจะทำอะไรๆ ให้เปลี่ยนตามได้เยอะแยะขนาดนี้
    เมื่อปีก่อนนู้นน..ฉันอยู่กรุงเทพ..เมืองหลวงที่แสนจะสวยงามและมีอะไรๆ ให้ตื่นตาตื่นใจเสมอ
    แต่เมื่อปีที่แล้ว..ฉันข้ามไปอีกซีกโลกหนึ่ง
    และเมื่อเวลาผ่านไป...ฉันกลับพบตัวเองอยู่ ณ จังหวัดเล็กๆ..ที่เป็นบ้านเกิดของฉันเอง
    ฉันละจากกรุงเทพ...ที่ที่ฉันเคยอยู่มา 10 ปีได้อย่างไม่น่าเชื่อ
    จากคนที่เคยกลับบ้านแล้วอยู่นานไม่ได้ เพราะคิดถึงกรุงเทพ..มาวันนี้...เออเนอะ..ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย
    555+
     
    ก็ไม่รู้ว่าอะไรมันนำพามาอยู่ที่นี่นะ..แต่ว่าแรกๆ ที่มาอยู่ที่นี่ฉันหนีกลับกรุงเทพบ่อยมากๆ
    อยู่ไปอยู่มาชักจะเริ่มชินแฮะ..จริงๆ แล้วที่นี่ก็มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะ อาหารก็ถูกแสนถูก บ้านเมืองก็สะอาดตา ไม่วุ่นวายน่าอยู่
    ((ถ้าไม่ติดว่าหลงทางทุกทีที่ไปไหนคนเดียวอ่ะนะ))
    ..บ้านเมืองที่ทุกคนแทบจะรู้จักกันหมด..ยกเว้น.."ฉัน"..
    แต่ก็ยังดีที่ยังมีพี่ๆ ที่เคยอยู่กรุงเทพมาก่อนแล้วพึ่งกลับมาเหมือนฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกไม่แปลกแยกไปจากคนที่นี่มากนัก
     
    การใช้ชีวิตที่นี่แรกๆ มันก็ออกจะงงๆ นิดหน่อย ถึงมันจะเป็นบ้านเกิดของฉันก็ตาม..เพราะก้าวแรกที่ฉันกลับมา ทุกอย่างที่นี่เปลี่ยนไปหมด
    มันเหมือน...อยู่พัทยายังไงยังงั้นเลย
    -*-
    ฝรั่งมาจากไหนแฟระ
     
    ..ที่นี่..ทำให้ฉันรู้จักคนมากขึ้นมากกว่าที่เคยรู้จัก ((หมายถึงม่ได้รู้จักแค่ผิวเผินเหมือนเมื่อก่อน))
    โดยเฉพาะพี่ๆ ที่ผ่านอะไรมาเยอะแยะ..มันทำให้ฉันเรียนรู้ที่จะเข้าใจความเป็นไปของโลกมากขึ้น
    ...บวกกับการเรียนรู้ของฉันเอง...
    ใช่ว่าเราจริงใจกะใคร..แล้วเขาจะเป็นเหมือนเราทุกคน
    การใช้ชีวิตที่นี่จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากนะ
    ถ้าจะว่ากันจริงๆ ต้องบอกว่า..ต้องอยู่แบบ "ฉลาดเหมือนงู และสุภาพเหมือนนกพิราบ" เพื่อไม่ให้ใครมาเอาเปรียบเราได้
     
    อื้มมม...ยังไงซะ..โดยรวมๆ ผู้คนที่นี่ก็ปลอดภัยกว่าคนที่อยู่กรุงเทพเป็นไหนๆ
    ^^
     
     
     
     
     
     
     
    August 30

    ขอให้มันเป็นแค่ฝันไป

    ปีนี้คงจะเป็นปีแห่งการสูญเสียของเราละมั้ง
     
    T-T
     
    อยากให้มันเป็นแค่ความฝัน...แต่ก็เป็นไปไม่ได้
    ไม่อยากกลับบ้านเลย
     
    ((((ไม่อยากเห็นภาพพะแนงวิ่งเล่นอยู่รอบบ้าน)))
     
    พะแนงที่รักของหม่ามี๊...มีหนูอยู่ด้วยทำให้หม่ามี๊มีความสุขมากๆ เลยนะ
     
    หนูทำให้หม่ามี๊ลืมความทุกข์ทุกอย่างได้เวลาที่หม่ามี๊ได้อยู่กับหนู..หม่ามี๊ยิ้มได้ทุกทีเลย
     
    T-T
     
    คิดถึงพะแนงจัง...โว้ยยยยยยยยยยยย
     
    ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
     
    August 15

    คิดจะลืม..ยังไม่ได้เลย..ทำไมต้องเธอ..ไม่เข้าใจ

       ทำไมต้องเธอ - ตรัย ภูมิรัตน

    เก็บอาการ

    มีคนเคยบอกว่า
    ..ฉันเก็บอาหารเก่ง..
     
    เหอ..เหอ
     
    เพราะโลกนี้..ไม่ใช่โลกของคนอ่อนแอ..มันเลยบีบให้เราต้องเข้มแข็งนินา
     
    วันเวลา+เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามา
    มีทั้งคลื่นลม...พายุที่พัดโหมกระหน่ำ
    และอื่นๆ อีกจิปาถะ
     
    แต่นั่นมันก็ทำให้ฉันแข็งแกร่งทั้งต่อคนและต่อโลกมากขึ้น
     
    ฉันในวันนี้ อาจไม่เหมือนฉันเมื่อวันวาน
     
    ขอบคุณความทุกข์ยากและปัญหาทุกๆ เรื่องที่มันซัดเข้ามา
    ที่ทำให้ฉัน..เปลี่ยนจาก..คนอ่อนโลก
    ให้กลายเป็น..คนทันโลก..มากขึ้น
     
    ไม่ใช่ว่า..ทุกคนที่เราจริงใจกับเขา..เขาจะจริงใจกับเราอย่างที่เราคิดไว้นะ
    ((แม้แต่ตัวฉันเอง..ก็ยังไว้ใจตัวเองไม่ได้เลย))
     
    June 26

    ตกหลุมรัก อึ๋ยๆๆๆๆ

    รักพะแนงที่ซู้ดดดดดด
    น้องหมาที่น่ารักที่สุดของหม่ามี๊
    อิอิ
    May 15

    ทำทั้งทีต้องใช้ให้คุ้ม

      
     
     
     
    May 10

    ตกหลุมรักเธอทุกวัน^^

    DSC00011

    รักหมดใจ..ยัยตัวแสบ

    ^^

    เห็นตัวแค่นี้..หอนเป็นแย้วน้า..เพี้ยนเชียว

     

      

    เค้าว่ากันว่า..หมาจะเป็นเหมือนเจ้าของ...พะแนง..ไอ้น้องหมาขี้เหงา..อยู่ตัวเดียวไม่ได้..ร้องไห้ตลอด

    ก็คงจะเหมือนเจ้าของมันอ่ะนะ ^^

    คนขี้เหงา..หมาก็เหงา..มันเลยลงล็อคพอดีที่เราได้มาอยู่ด้วยกัน

    มันเป็นความสุขที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ วิ่งไปวิ่งมาในห้อง

    บางครั้งก็หลบไปนอนตามมุมนู้นมุมนี้บ้าง..แต่หลายครั้งน้องหมาขี้เหงา ก็ชอบมานอนใกล้ๆ ปลายเท้าตอนที่เรานั่งทำงาน

    มอง"พะแนง" ทีไร..ก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้..ตอนนี้พะแนงเริ่มรู้เรื่องแล้ว

    เรียกชื่อพะแนงทีไรก็วิ่งมาทุกที

    แต่ด้วยความป้ำเป๋อของพะแนง (ที่ถอดแบบเจ้าของมันออกมาเป๊ะ) ก็อาจจะมีสะดุดขาตัวเองล้มหัวทิ่มบ้าง 555+

    เห็นแล้วก็คิดถึงโรเจอร์ทุกที..ที่อยู่ตัวเดียว

    แป่วววว

    ^^

    May 03

    มาพร้อมกับพละกำลังเหลือหลาย

    ช่วงนี้กำลังคึก
    555+
    ขายของเป็นบ้าเป็นหลังเลย...สนุกดีแฮะ
    วันก่อนพี่คนนึงที่มีคนแนะนำมาให้ไปสมัครงานกับเค้าโทรติดต่อมาจะนัดไปสัมภาษณ์งาน...พอรู้แล้วชักเริ่มใจหายแฮะ...กลัวได้งานจัง
    ตอนนี้เริ่มสนุกกับชีวิตแบบนี้ซะแล้วล่ะ ((การได้ปั้นอะไรซักอย่างขึ้นมากับมือมันน่าตื่นเต้นอะไรแบบนี้เนี่ย))
    อยากเปิดร้านของตัวเอง (อีกแล้ว)...ตอนนี้กำลังทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาละ...แต่ครั้งนี้ต้องระมัดระวังกว่าครั้งก่อนนะ
    ^^
     
    แต่กว่าจะมีวันที่มีแรงสู้แบบนี้ได้ หลังจากที่คว้างมานาน
    ก็ต้องขอบคุณหลายๆ กำลังใจเลยแหละ
     
    คิดว่าหลายๆ คนคงจะเคยเป็นเหมือนกันนะอาการเคว้งคว้างอ่ะ
    ช่วงที่กลับมาเมืองไทยใหม่ๆ ไอ่เราก็ยังมีแรงคึกดีหรอก...อาจจะมีหวั่นๆ กับอนาคตของตัวเองบ้าง แต่ก็ยังมีความหวังที่จะไปต่ออยู่นะ
     
    พอเปิดร้านเจอก็ดั๊นมาเจ๊งอีก...ตอนนั้นถามว่ากลัวมั้ย..ก็ไม่นะ...ก็ยังคิดอยู่ว่าเราต้องหางานทำก่อนละ ตั้งหลักก่อนแล้วอย่างอื่นค่อยว่ากัน
    ช่วงนั้นก็ทั้งหางานไปด้วยแล้วก็ไปขายของที่ยังเหลือค้างสต๊อคของที่ร้านตามตลาดนัดด้วยล่ะ
    เหนื่อยนะ..แต่ก็ยังกำลังใจดีอยู่
    แต่ก็มีหลายครั้งเหมือนกันแหละที่อดจะกังวลกับอนาคตของตัวเองไม่ได้หลังจากที่หางานมาเป็นเดือนๆ ก็ไม่ได้ซักที
    พอเห็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย...ก็เริ่มหนักใจละ...แถมยังมีเรื่องอื่นๆ ที่สามารถทำให้เราอดท้อใจไม่ได้อีก ((ก็ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะมีเรื่องแบบนี้ให้คิดกะชาวบ้านเค้าด้วย 555))
    จนมีหลายครั้งเหมือนกันนะที่ท้อใจและร้องไห้กับตัวเองกับบางเวลาที่รู้สึกเหมือนว่าเราไม่มีใครเลย
    คนที่เราเคยคิดว่าเค้าจะสามารถเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างเราได้...เค้าก็เริ่มตีตัวออกห่างจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่..ที่เราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน -*-
    ((มันเหมือนคนถูกทอดทิ้งเลยล่ะ))
     
     
    สุดท้ายก็ต้องขอบคุณงานที่เรียกได้ว่ามาราธอนสุดในชีวิตก็ว่าได้
    ขายของตั้งแต่ 9 โมงเช้ายัน 3 ทุ่ม
    -*-
    ก็ดีนะที่มันช่วยทำให้ไม่มีเวลานึกถึงเรื่องที่ทำให้อ่อนใจหลายๆ เรื่องไป
    การได้พูดคุยกับพี่ๆ ที่เคยล้มมาแล้ว
    การได้รับฟังประสบการณ์ของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ทำให้เรารู้อะไรหลายๆ อย่างเลยล่ะ
    ((มันคือ MBA หลักสูตรเร่งรัดของมหาลัยชีวิต))
    ไอเดียบรรเจิดเริ่มเกิดขึ้นแล้ว
    เย้
     
    อาการคว้างกลางอากาศมันหายไปแล้ว
    ^^
    ก่อนนหน้านี้เคว้งคว้างมากๆ...ลึกๆ ในใจรู้ว่าเราไม่ได้เครียดที่เรากระเป๋าแบน ((เพราะแบนกว่านี้ก็เคยผ่านมาแล้ว..ยังทนได้เลย))
    แต่เครียดเรื่องการงาน..เครียดเรื่องอนาคต
    เพราะชีวิตมันต้องจริงจังนี่ใช่มั้ย...เวลาก็ผ่านไปทุกวันๆ...แต่มองไปทางไหนก็ยังหาจับอะไรเป็นชิ้นไม่ได้เลย
    ไม่รู้เลยว่าจะหวังอะไรให้กับอนาคตตัวเองได้บ้าง...ยิ่งตอนคุยกะพ่อแม่วิญญาณลูกกตัญญูบังเกิด ก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่อยากให้พ่อแม่เป็นห่วงอนาคตของเราเลย
    แต่ตอนนี้..ลืมไปแล้วแหละว่าเราเคยคว้างเพราะอะไร..กำลังใจที่ดีๆ มาจากไหนก็ไม่รู้อย่างน่าประหลาด
    อาจจะเพราะเราเริ่มคุ้นกับประสบการณ์ชีวิตแบบนี้แล้วละมั้ง
    อะไรที่แล้วๆ ก็ให้มันผ่านไปเถอะ เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งก็ยังไม่สายนี่นา
     
    ถ้าเราไม่ฉุดตัวเองขึ้น แล้วใครจะมาฉุดเราได้ล่ะ
     
     
     
    ขอบคุณความเหงา..เราเข้ากันได้ดีจริงๆ เพื่อน
    ^^
    April 20

    Ost.รักแห่งสยาม--เรายังจะหวังอะไรอีกได้ไหม

     
    April 16

    สมองคนเรานี่คิดได้ทั้งวันเลยเนอะ

    ช่วงนี้ขอสำรวจตลาดก่อนนิดส์นึง...ถ้าหางานไม่ได้ ก็อยากจะลองขายของดูซักตั้งนึง
    แต่ช่วงนี้ทดลองกะร้านเพื่อนไปก่อน
    ...
    ถ้าค่าเช่าที่ไม่แพงจนหูฉีกแบบนี้ก็คงจะดีไม่น้อย
     
    O_O
     
    2500-3000 บาท/วัน
     
    -*-
    -..-"
     
     
    คือคนมันก็เยอะอ่ะนะ...แต่แบบนี้ต้องทำยอดวันละเท่าไหร่เนี่ยถึงจะพออยู่ได้แต่ละเดือนเนี่ยนะ
     
    งืมๆ
     
    ชิมลางร้านเพื่อนไปก่อนละกัน...ยังไงร้านเค้าเจ๊ง..เราก็มะเสียหาย
    -*-
    555+
     
    ครั้งนี้ต้องก้าวระมัดระวังกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา
     
    February 28

    ก็แค่ความต้องการ...ที่ไม่เคยได้รับการตอบสนอง

    สุดท้าย...หวังอะไรไปก็เท่านั้น
     
    ขนาดตัวเราเองยังไว้ใจไม่ได้เลย...จะไปหวังเอาอะไรมากกะคนอื่นล่ะเนอะ
    ทั้งๆ ที่ก็เคยบอกกับตัวเองไว้เสมอนะว่า...คนทำไม่ดีกับเราเป็นเรื่องปกติ
    ...คนที่เฉยๆ กับเราก็เท่าทุน...ส่วนคนที่ทำดีกับเราเป็นโบนัส...
     
    แต่ก็อดที่จะคาดหวังกับใครบางคนไม่ได้เลยจริงๆ
    ต้องโทษตัวเองแหละที่ไปคาดหวังมากเกินไป
     
    นี่แหละที่เค้าบอกว่าให้โดยไม่หวังผลตอบแทน..เพราะไม่งั้นผิดหวังมันก็จะเจ็บ
    มันก็หมายรวมถึงการให้ความรักออกไปด้วยล่ะ
    ถ้าเราคาดหวังความรักตอบแทนกลับมา...ยังไงเราก็ต้องผิดหวังวันยังค่ำ
    เพราะใครๆ ก็รักตัวเองมากกว่าเพื่อนบ้านทั้งนั้นน่ะ
    เหอ..เหอ
     
    สุดท้าย...อย่าไปคาดหวังเลยว่า..ความรักที่ให้ออกไป..จะได้รับกลับคืน
    กำลังใจที่เราให้ออกไป..เราจะได้กลับคืน
    อย่าหวังพึ่งพากำลังใจจากคนอื่น...เพราะหวังไปแล้วไม่ได้รับก็เจ็บใจเปล่าๆ
    สู้ไม่ต้องคาดหวังอะไร แล้วได้รับมาซะยังจะดีกว่า
     
    ^_____________^
     
    ยิ้มสู้ทั้งน้ำตา...คิดแง่บวกเข้าไว้
    เด๋วทุกอย่างก็คงจะดีเอง
    February 20

    วันซักผ้าขาวแห่งชาติ

    หลังจากสะสมปริมาณผ้าขาวมาได้ 2 วันก็ได้เวลาเอาลงถังซักทีแล้ว
    งานนี้ได้โอกาสขโมยเสื้อขาวของน้องเอามาลงถังด้วย
    อิอิ..เพื่อความคุ้มค่า
     
     
    อ่าโห่เฮะ...วันนี้เครื่องซักผ้าขยันเป็นพิเศษ
    ไม่รู้อารมณ์ไหนของมัน..แทนที่ผ้าน้อยๆ จะใช้เวลาซักไม่นาน
    แต่นี่...ปาเข้าไป 58 นาที...เกือบชม.แน่ะ
    มันจะซักอะไรของมันนักหนานะ...ผ้าก็มีอยู่ไม่ถึงครึ่งถังด้วยซ้ำ
    ด้วยความกลัวผ้าขาวจะกลายพันธุ์...ก็ใส่สารพัดสารเพน้ำยาลงไป
    หวังว่าคงช่วยได้เนอะ
     
    ว่าละก็ทำรีวิวการซักผ้าขาวซะเลยดีมั้ยเนี่ย
    คิคิ
     
     
    ม่ายอาวดีก่า...ขี้เกียจแฮะ
     
     
    ไปแระ
     
    February 03

    โง่ที่จะรัก และวิ่งตามความรัก

    ไปอ่านเจอมาในเว็บกระปุก...ยาวไปหน่อย แต่ว่ามีความหมายที่ดีนะ...ชอบตรงที่เค้าบอกว่า... 

    ความรัก ...ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต …แต่ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด

    All you need is love

    ...ไม่รู้คนอื่นจะคิดเหมือนเรารึเปล่านะ..

    แต่สำหรับเราอ่ะ..เราเป็นคนขี้เหงามากๆ ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดก็คือความรักเนี่ยแหละ

    เพราะความรักที่แท้จริงไม่ได้แลกมาด้วยเงินทอง สิ่งของ หรือรูปร่างที่มองเห็นจากภายนอก

    แต่ได้มาด้วยใจ...สัมผัสได้ด้วยวิญญาณและความรู้สึก

    เพราะความรัก...ทำให้โลกนี้มีความสุข...จึงไม่มีใครที่จะปฏิเสธความรักได้เลย

    ทั้งจากพ่อแม่ คนรอบข้าง เพื่อนฝูง รวมไปถึงคนรักด้วยอ่านะ ^^

     

    โง่ที่จะรัก และวิ่งตามความรัก


    ข้อมูลจาก Forward Mail
    ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต



    สมัยตอนเป็นเด็ก จำได้ว่าในวิชาพละศึกษา
    คุณครูสั่งให้เรา วิ่งรอบสนามกันคนละ 20 รอบ
    เพื่อจับเวลา ของแต่ละคน
    แถมยังมีรางวัล มาล่อใจอีกด้วย
    ใครเข้าเส้นชัยได้คนแรก จะมีคะแนนพิเศษเพิ่มให้  

      

    พอเริ่มออกสตาร์ท ฉันก็สังเกตเห็นเพื่อนหลายคน
    พยายามจะเบียดตัวเอง ขึ้นมาอยู่แถวหน้าสุด
    เพื่อที่จะได้เปรียบคนอื่น ในช่วงออกตัว
    แล้วพอครูบอกว่า วิ่งได้เท่านั้นแหละ
    เพื่อนหลายคนของฉัน ก็วิ่งปรู๊ดออกไปแบบไม่คิดชีวิต  
    ส่วนฉัน - โน่น วิ่งอยู่หลังสุด  
      
      

    ไม่ได้ช้าเพราะเหนื่อย หรือเพราะวิ่งไม่เก่ง
    แต่ฉันกำลังรู้สึกสนุกสนาน กับการวิ่งจับเวลาซะเหลือเกิน
    เพราะฉันวิ่งไป- คุยไป กับเพื่อนซี้รู้ใจแบบไม่สนเวลา
    ฉันสนใจความสนุกสนาน ระหว่างการวิ่งมากกว่า
     

          
     
    บางทีเห็นคนข้างหน้าที่วิ่งนำมาหลายรอบ กำลังชะลอความเร็ว
    เพราะเหนื่อยหอบ ก็อดที่จะขอวิ่งแซงหน้าบ้างไม่ได้
    หรือบางทีหันไปเห็นเพื่อน ที่วิ่งรั้งท้ายตลอด
    ก็จะพยายามวิ่งให้ช้าลง
    รอให้เขาวิ่งทัน จะได้คุยไปด้วยกันหลาย ๆ คน … สนุกดี  

      
     
      
    หรือบางทีรู้สึก ไม่อยากแซงคนข้างหน้าขึ้นมาเฉยๆ
    เพราะว่าวิ่งตามหลังเขา จะได้แอบนินทาเขาได้ สนุกไปอีกแบบ
    จะทำลายสถิติไหม ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าวิ่งช้าๆ มันไม่เหนื่อยเร็ว
    และขอแค่วิ่งให้ถึงเส้นชัยก็พอ
    คงคล้าย ๆ กับความรักกระมัง
     

       
     
    ทุกคนมีเส้นชัยของตัวเอง
    มีสถิติที่ตัวเองพอใจ
    แต่ ... คนที่เข้าเส้นชัยก่อน
    ใช่ว่าจะคว้าความรักที่ดี ได้ก่อนเสมอไป
    และสถิติที่ดี ก็ไม่ได้การันตีว่า ... ความรักจะสมบูรณ์แบบ 

      
     
     
    ในขณะที่สังคมทุกวันนี้
    ปลูกฝังให้เราวิ่งแซงคนอื่น ๆ เสมอ
    อย่าพยายามให้ใครแซงหน้า
    เพราะนั่นย่อมหมายถึง
    การพลาดโอกาสดี ๆ ในชีวิตไป  
    แต่ ... สังคมของความรัก
    สอนให้คนรู้จักผ่อนจังหวะก้าวให้ช้าลง
    แต่หนักแน่นขึ้น


       

     
    โลกภายนอก บอกให้เรารู้ว่า
    อย่าวิ่งตามใคร ถ้าไม่แน่ใจว่าจะตามเขาได้ทัน

    เพราะมันเสียแรงเปล่า และโง่เหลือเกิน  
    แต่โลกของความรัก ใครอีกหลายคนสมัครใจที่จะเป็นคนโง่
    เพื่อวิ่งตามคนที่ตัวเองรักให้ทัน ทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่มีวันนั้น
    เพื่อนรักคนหนึ่งของฉัน มีเส้นชัยในหัวใจของเธอเอง 

       
     
    คนรักของเธอเป็นนักวิ่งฝีเท้าดี
    เพราะตั้งแต่อยู่กันมา
    เขาออกวิ่งก่อนเธอเสมอ
    ไม่เคยบอกล่วงหน้า
    และไม่เคยชะลอความเร็วลงเลย
    แต่ความเร็วของเขา ก็ไม่มากไปกว่าความรักที่เธอมี 

      
     
    ความรักทำให้เธอวิ่งเร็วขึ้น ใกล้เขามากขึ้น
    และไม่ยอมปล่อยให้เขาทิ้งระยะจนคลาดสายตาเธอ
    แต่ ... เมื่อเกือบที่จะถึงตัวเขา
    เธอก็จะเลือกที่จะวิ่งให้ช้าลงราวกับว่าจะวิ่งเหยาะ ๆ
    ตามเขาไปเรื่อย ๆ
     

      
     
    เธอแซงหน้าเขาได้ - แต่เธอไม่ทำ
    แม้แต่จะวิ่งให้ทันเขาในแนวเดียวกัน
    เธอก็ทำได้ - แต่เธอไม่ทำ  
    เหตุผลที่ฟังดูเหมือนง่ายของเธอทำเอาใจฉันนิ่งงัน  


     
    "ถ้าวิ่งให้ทันเขา หรือแซงหน้าเขาไป
    ฉันก็คงมองไม่เห็นเขา ในชีวิตอีก
    แต่ถ้าฉันวิ่งตามเขาห่าง ๆ แบบนี้
    เท่ากับว่า ฉันยังได้เห็นความเป็นไปของเขา
    ยังมีเขาอยู่ในสายตา
    ในชีวิต แม้ว่าเขาจะไม่เคยหันหลังกลับมา
    แล้ววิ่งให้ช้าลงเลยก็ตาม" 

      
     
    "แล้วทำไมไม่เข้าใกล้เขากว่านี้
    ทำไมต้องเว้นระยะห่างแบบนี้ด้วย
    เธอเป็นคนรักของเขานะ"
     คำถามของฉันทำให้แววตาของเพื่อนรัก
    ปรากฏรอยเศร้า แต่ปากยิ้ม  

      
     
     
    "ฉันกลัวเขารู้ตัว แล้ววิ่งหนีฉันไปไกลยิ่งกว่านี้
    ถึงวันนั้นฉันอาจเหนื่อย
    จนหมดแรงที่จะวิ่งตามอีกต่อไปแล้ว ห่างแบบนี้ดีกว่า
    ฉันได้เห็นเขา มันอุ่นใจ หรือถ้าวันหนึ่งเขาล้มลง
    ฉันจะได้วิ่งเข้าไปช่วยพยุงได้ทัน
    และถ้ามันจะทำให้เขา เห็นความจริงใจของฉัน
    เขาอาจจะชวนฉัน วิ่งไปพร้อมกันอีกครั้ง- ถ้าเขาหายดีแล้ว"
     

      
     
    ความรักทำให้คนมีความหวังอยู่เสมอ  
    ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้คนบางคน
    ดูโง่งมงายเสียเต็มประดา
     
    ถ้าเพื่อนเลือกที่จะวิ่งออกนอกเส้นทาง
    แล้วไปตั้งต้นใหม่กับใครสักคน ที่เขาพร้อมจะวิ่งไปกับเพื่อน
    ป่านนี้..เพื่อนของฉัน คงเข้าเส้นชัยไปนานแล้ว  
    แต่เพื่อนยังคงเต็มใจ ที่จะวิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ  
      
       

    แม้ว่าบางที - อาจจะไม่มีวันนั้น...
    วันที่เพื่อนเข้าเส้นชัยแห่งความรัก  
    เพราะบางที…"เส้นชัย" อาจไม่มีความหมาย

    ต่อคนบางคนหากว่า เขาเข้าเส้นชัย
    แต่ได้ทำหัวใจหล่นหายไประหว่างทาง

     
     
    เมื่อความสุขคือ … การโง่ที่จะรักและวิ่งตาม
    ในสังคมของความรัก…
    ฉันจึงมองเห็นคนที่วิ่งช้า
    และปรารถนาจะเป็นผู้ตาม ด้วยความเต็มใจอยู่เสมอ 
     ความรัก ... ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต …
    แต่ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุด



     

    January 26

    เรื่องของเรื่อง

    และแล้วการหมุนของโลก ก็หมุนให้เราได้มาเจอกับเหตุการณ์และผู้คนมากมาย
    ทั้งเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับเราโดยตรง
    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เราได้ค้นพบใครซักคน...ในช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่าฟางเส้นสุดท้ายกำลังจะขาด
    คนที่เหลืออยู่..ในช่วงที่เราแทบจะไม่เหลืออะไรเลย
    (ขอบคุณนะ)
     
     
    ^_^
     
     
     
    ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ
     
     
    ยังไงก็ไปต่อ..แหละเนอะ
     
     
     
     
     
    January 04

    พร้อมหน้า

    กลับบ้านช่วงปีใหม่มา...ดีจัง...ไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้า 4 คนที่บ้านแบบนี้มานานมากแล้ว
    ((มีรูปมาด้วยนะ...แต่เอาออกจากมือถือไม่ได้...เง้))
     
    กลับมากรุงเทพก็วันที่ 1 น้องขับรถทั้งวัน...ดีจังที่ขับรถไม่เป็น หลับสบายตลอดทาง
    เลยได้ปณิธานใหม่ว่า...ตลอดชีวิตนี้ไม่ขอขับรถเป็นเด็ดขาด
    ถึงกรุงเทพก็เย็นๆ แวะไปดูเสื้อกั๊กผ้าเสริชเท่ๆ สีดำของ MNG ที่อยากได้ ปรากฎมันหมดไปแระ...อด
    แล้วก็ไปกินสุกี้กะน้องกันสองคน
     
    นึกถึงวันเก่าๆ...เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันแบบนี้นานแล้วเนอะ
    ดีเหมือนกัน...ปีใหม่นี้ได้ใช้เวลากับครอบครัวเต็มที่จริงๆ
    อยู่กะพ่อแม่ตลอด 2 วัน 1 คืนเต็ม...ไปไหนไปด้วยกัน 4 คน
    ขับรถไปเที่ยวด้วยกัน...คุยกันถึงเรื่องสมัยที่เราเป็นเด็ก
    เห็นพ่อหัวเราะกับความเป็นเด็กของเรา
    เห็นแม่มองเราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก
    จุ๊บแก้มพ่อเบาๆ ก่อนกลับ...หนวดพ่อก็ยังคมเหมือนเดิม...ทิ่มปากทิ่มจมูกเราอีกแระ
     
    เป็นปลื้มจริงๆ
     
    สุดท้ายก็น้องป๋อง...ได้รู้ข่าวใหม่ว่ามันเป็นเกย์...ซะงั้นน่ะ...แถมมีแฟนอีกตะหาก
    (แม่เลี้ยงหมาไงให้เป็นเกย์เนี่ย)
    มิน่า...อยู่มาจนแก่มันไม่ยอมมีเมียซักที
     
    Image094 copy
     
    December 29

    เรื่อยเปื่อย

    หายหน้าไปนานเลยตั้งแต่กลับมา...ก่อนอื่นต้องของขอบคุณพี่เจี๊ยบก่อนน้า..ที่ช่วยเป็นธุระโทรหาหมอให้ข้าน้อย
    ในวันที่ข้าน้อยกรอกแอสไพลินเข้าปากไป 1300 มก. เอิ๊กๆ ทำไปได้นะคนเรา (เหมือนคนจะฆ่าตัวตายไงงั้น 555+)
    แต่ก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแอสไพลินกัดกระเพาะชะมัดเลย
    วันนั้นนอกจากอาการปวดหัวที่มีอยู่เดิมจะไม่หายแระ ยังได้อาการปวดท้องเข้ามาอีก ตามมาด้วยอาการหายใจไม่ออก
    อันเนื่องมาจากกรดในกระเพาะมากเกินไป หรือจะเพราะแพ้ยาก็ไม่ทราบได้ เพราะหมอเค้าบอกให้ไปโรงพยาบาลอีกที
    ถ้าวันนั้นไม่ได้พี่เจี๊ยบช่วยให้คำแนะนำเบื้องต้น พร้อมกับโทรไปคุยกะหมอ แถมรับหน้าแทนโดนหมอดุมาเต็มๆ
    ข้าน้อยก็คงต้องนอนปวดท้องกระเพาะทะลุ หรืออาจจะเป็นหนักกว่าเดิมไปแร้วว
    ก็ขอขอบคุณมากๆ นะคะ ที่ยังเป็นห่วงเป็นใยกันอยู่เสมอมา (ช่างเป็นพี่ที่ดีจริงๆ)
    ไม่รู้จะขอบคุณยังไงไหว ดีใจจริงๆ ที่ยังมีคนเป็นห่วงเป็นใยชีวิตน้อยๆ ของ ด.ญ.กุ๊กกั๊กอยู่อ่านะ
     
    เด๋วปีหน้านี้จะเปิดร้านขายเสื้อผ้าแระ ยังหาทำเลมิล่ายเลยนิ (ใครที่อยากมาอุดหนุนก็ทำใจหน่อยนะ เพราะหาร้านไม่ได้เลย มีแต่ของ เหอะๆ)
    แต่ก็ยังกังวลกะหนี้ที่ตอนนี้ยอดอยู่ที่ครึ่งแสน...อีกนิดเดียวเท่านั้นจะทะลุแสนแระ
    ยังไงก็จะสู้ๆ แหละ..ก็ตัดสินใจเป็นหมาล่าเนื้อแล้วนี่ ไงก็ต้องสู้ ไม่งั้นก็จะไม่ได้อาหาร
    ใจจริงก็อยากเป็นหมาเฝ้าบ้านเหมือนกันนะ แต่ติดที่ว่าไม่มีบริษัทไหนที่รับเราเข้าเป็นหมาในสังกัดเลยอ่ะ
    บวกกับน้องรักที่เอาใจช่วยเหลือเกิ๊นนนที่อยากให้พี่มีหนี้ เอ๊ยย..มีกิจการเป็นของตัวเอง
    ลงทุนช่วยทุกอย่าง ตั้งแต่พาตระเวนหาทำเลดึกๆ ดื่นๆ หาแหล่งทุนมาให้ (โดยไม่ต้องไปพึ่งเสี่ยที่ไหน) แถมยังช่วยกระตุ้นเราอีกแหะ
    จนรู้สึกว่าในเมื่อน้องมันอยากให้เราทำขนาดนี้ ก็สนองมันซะหน่อยเนอะ...
    แต่ก็ดีเหมือนกัน เป็นหมาล่าเนื้อแบบนี้มีอะไรให้ตื่นเต้น ให้ลุ้นมากขึ้นจริงๆ
     
    ...สุดท้าย...ก่อนจะสิ้นปี...
    ได้ข้อคิดว่า
    ยามีไว้รักษาคนนะ ไม่ใช่ฆ่าคน
    (จะกินยาอะไรก็คิดซะบ้างงิ...555+)
     
    November 22

    ชะอมไข่

    ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ทำกับข้าวเป็นหลายอย่างแระน้า...
    อย่างวันนี้ก็ต้องแสดงฝีมือทำชะอมชุบไข่
    (เพื่อกินกะน้ำพริกกะปิที่พี่เล็กทำไว้เมื่อวาน)
     
    .................
    ว่าแต่...เด็ดใบชะอมเนี่ยเค้าทำยังไงกันหว่า
    ....
    ..
    ตั้งแต่เด็กจนโตชะอมที่แม่ชุบไข่ให้กินก็ไม่เคยเด็ดใบเลยซักครั้ง
    มีแต่ใช้มีดหั่นก้านแข็งๆ ออก แล้วก็หั่นที่เหลือเป็นท่อนๆ
    จนมาได้กินชะอมชุบไข่ที่นี่แหละ ถึงได้รู้ว่าเค้าเด็ดเอาแต่ใบอ่ะ ไม่เอาก้าน
    ไอ้เราก็กินเป็นอย่างเดียวทำไม่เป็นซะด้วยซี
    รู้แต่ว่าชะอมชุบไข่ที่เด็ดเอาแต่ใบอ่ะ อร่อย กินง่ายกว่าเป็นไหนๆ
    วันนี้คุณนายเลยต้องมั่วเอาเองละกัน..เหะๆ
    ก็เลยเด็ดๆ มันมั่วๆ อ่าแหละ...เด็ดไปเด็ดมาก็นึกขึ้นได้ว่า...
     
    เอ...มันต้องใช้ไข่กี่ฟองหว่า
     
    เฮ้ออออ...(-..-")
     
    สรุปก็มั่วๆ ตีไข่ 3 ฟอง ตามด้วยชะอมห่อนึงที่เด็ดใบเรียบร้อยแล้ว
    ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อนนนนน...เทโจ้กกกกก
     
    ฉ่า..ฉ่า...
     
    อู๊ยยยย...หอมจ๊างงงง
     
    เอ้อ...แล้วมันกลับด้านไงล่ะเนี่ย (-..-")
     
    หลังจากยืนงงอยู่ซักพัก...ในใจก็อธิษฐาน..พระเจ้าจอร์จ ขอให้มันกลับด้านได้ด้วยเถิ้ดดดด
    ซักพักลองกลับด้านดู..เฮ้ยยยย...ไข่พับครึ่ง...แว้กกก...ไม่เอาๆ
    เลย undo มันกลับไปใหม่ ลองอีกทีละกาน
    ป้าบบบบบ
     
    โฮะ...ได้ผลแฮะ...ได้ชะอมชุบไข่สีสวยน่ากินเชียว
    จากนั้นพักไว้ให้เย็นแล้วก็เอามาหั่น...ตามแบบฉบับที่เห็นคนอื่นเค้าทำกันมา
    555+
     
    และแล้วก็ได้ชะอมชุบไข่อย่างที่เห็นนี้แล...คิคิ
     
    Image061