| Chirasatree's profile(⊙o⊙) kOokKak (⊙o⊙)PhotosBlogLists | Help |
|
April 18 ชีวิตก็ยังมีเรื่องให้ยิ้มได้อยู่ในที่สุด..ก็จะได้ไปประเทศในฝันแย้วววว
..เนปาล..
ดีใจจังที่มีแนวร่วมไปด้วยหลังจากใช้เวลาหามาตั้งนานจนถอดใจจะไปฮ่องกงแทนละเนี่ย
พอมีแนวร่วมปุ๊บ..เราก็เปลี่ยนแผนปั๊บ..ยกเลิกทัวร์ฮ่องกงที่จะไปเดือนหน้า
เตรียมตัวไปเนปาลแทน
แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือเก็บเงินให้ได้เยอะๆ ไปช้อปปิ้ง เย้ๆ
^o^
December 11 อาการงกหยา...อยากไปงานเร้กเก้สกาที่ขอนแก่น..
แต่ต้องลงกทม.คืนนี้
-*-
เมื่อวานน้องที่ตลาดบอกว่าได้ล็อคที่งานเร้กเก้
มาชวนเราไปขายของ...แค่น้องมาชวน..อาการ"งก"ก็ขึ้นสมอง
จะเบี้ยวหมอฟันอีกระลอกดีมั้ยเนี่ย
แต่สุดท้ายก็ต้องทำใจ..ช่วงน้ำมันลดให้รีบเดินทางไกลก่อนจะไม่มีโอกาส
ไม่เป็นไรยังมีงานเร้กเก้ที่ปาย...ขายของยังได้อีก
^^
อยากไปเที่ยวอินเดีย..ออกเนปาล
แต่ขาแจมไม่ขอไปด้วย
เค้าบอกว่า..ขอที่ที่มันเจริญกว่านี้หน่อยได้มั้ย..
ก็ที่อยากไปเพราะมันเป็นของมันอย่างนั้นน่ะแหละถึงได้อยากไปนักหนา
เฮ้อออ
November 02 เรื่องของเวลาอยู่ๆ ก็มานั่งคิดถึงว่าวันนี้เมื่อปีที่แล้ว..เราอยู่ที่ไหนกันนะ
อื้มมม...ใครจะเชื่อว่า..เวลาที่ผ่านไปมันจะทำอะไรๆ ให้เปลี่ยนตามได้เยอะแยะขนาดนี้
เมื่อปีก่อนนู้นน..ฉันอยู่กรุงเทพ..เมืองหลวงที่แสนจะสวยงามและมีอะไรๆ ให้ตื่นตาตื่นใจเสมอ
แต่เมื่อปีที่แล้ว..ฉันข้ามไปอีกซีกโลกหนึ่ง
และเมื่อเวลาผ่านไป...ฉันกลับพบตัวเองอยู่ ณ จังหวัดเล็กๆ..ที่เป็นบ้านเกิดของฉันเอง
ฉันละจากกรุงเทพ...ที่ที่ฉันเคยอยู่มา 10 ปีได้อย่างไม่น่าเชื่อ
จากคนที่เคยกลับบ้านแล้วอยู่นานไม่ได้ เพราะคิดถึงกรุงเทพ..มาวันนี้...เออเนอะ..ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย
555+
ก็ไม่รู้ว่าอะไรมันนำพามาอยู่ที่นี่นะ..แต่ว่าแรกๆ ที่มาอยู่ที่นี่ฉันหนีกลับกรุงเทพบ่อยมากๆ
อยู่ไปอยู่มาชักจะเริ่มชินแฮะ..จริงๆ แล้วที่นี่ก็มีอะไรน่าสนใจเยอะแยะ อาหารก็ถูกแสนถูก บ้านเมืองก็สะอาดตา ไม่วุ่นวายน่าอยู่
((ถ้าไม่ติดว่าหลงทางทุกทีที่ไปไหนคนเดียวอ่ะนะ))
..บ้านเมืองที่ทุกคนแทบจะรู้จักกันหมด..ยกเว้น.."ฉัน"..
แต่ก็ยังดีที่ยังมีพี่ๆ ที่เคยอยู่กรุงเทพมาก่อนแล้วพึ่งกลับมาเหมือนฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกไม่แปลกแยกไปจากคนที่นี่มากนัก
การใช้ชีวิตที่นี่แรกๆ มันก็ออกจะงงๆ นิดหน่อย ถึงมันจะเป็นบ้านเกิดของฉันก็ตาม..เพราะก้าวแรกที่ฉันกลับมา ทุกอย่างที่นี่เปลี่ยนไปหมด
มันเหมือน...อยู่พัทยายังไงยังงั้นเลย
-*-
ฝรั่งมาจากไหนแฟระ
..ที่นี่..ทำให้ฉันรู้จักคนมากขึ้นมากกว่าที่เคยรู้จัก ((หมายถึงม่ได้รู้จักแค่ผิวเผินเหมือนเมื่อก่อน))
โดยเฉพาะพี่ๆ ที่ผ่านอะไรมาเยอะแยะ..มันทำให้ฉันเรียนรู้ที่จะเข้าใจความเป็นไปของโลกมากขึ้น
...บวกกับการเรียนรู้ของฉันเอง... ใช่ว่าเราจริงใจกะใคร..แล้วเขาจะเป็นเหมือนเราทุกคน
การใช้ชีวิตที่นี่จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากนะ
ถ้าจะว่ากันจริงๆ ต้องบอกว่า..ต้องอยู่แบบ "ฉลาดเหมือนงู และสุภาพเหมือนนกพิราบ" เพื่อไม่ให้ใครมาเอาเปรียบเราได้
อื้มมม...ยังไงซะ..โดยรวมๆ ผู้คนที่นี่ก็ปลอดภัยกว่าคนที่อยู่กรุงเทพเป็นไหนๆ
^^
August 30 ขอให้มันเป็นแค่ฝันไปปีนี้คงจะเป็นปีแห่งการสูญเสียของเราละมั้ง
T-T
อยากให้มันเป็นแค่ความฝัน...แต่ก็เป็นไปไม่ได้
ไม่อยากกลับบ้านเลย
((((ไม่อยากเห็นภาพพะแนงวิ่งเล่นอยู่รอบบ้าน)))
พะแนงที่รักของหม่ามี๊...มีหนูอยู่ด้วยทำให้หม่ามี๊มีความสุขมากๆ เลยนะ
หนูทำให้หม่ามี๊ลืมความทุกข์ทุกอย่างได้เวลาที่หม่ามี๊ได้อยู่กับหนู..หม่ามี๊ยิ้มได้ทุกทีเลย
T-T
คิดถึงพะแนงจัง...โว้ยยยยยยยยยยยย
ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
เก็บอาการมีคนเคยบอกว่า
..ฉันเก็บอาหารเก่ง..
เหอ..เหอ
เพราะโลกนี้..ไม่ใช่โลกของคนอ่อนแอ..มันเลยบีบให้เราต้องเข้มแข็งนินา
วันเวลา+เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามา
มีทั้งคลื่นลม...พายุที่พัดโหมกระหน่ำ
และอื่นๆ อีกจิปาถะ
แต่นั่นมันก็ทำให้ฉันแข็งแกร่งทั้งต่อคนและต่อโลกมากขึ้น
ฉันในวันนี้ อาจไม่เหมือนฉันเมื่อวันวาน
ขอบคุณความทุกข์ยากและปัญหาทุกๆ เรื่องที่มันซัดเข้ามา
ที่ทำให้ฉัน..เปลี่ยนจาก..คนอ่อนโลก
ให้กลายเป็น..คนทันโลก..มากขึ้น
ไม่ใช่ว่า..ทุกคนที่เราจริงใจกับเขา..เขาจะจริงใจกับเราอย่างที่เราคิดไว้นะ
((แม้แต่ตัวฉันเอง..ก็ยังไว้ใจตัวเองไม่ได้เลย))
May 10 ตกหลุมรักเธอทุกวัน^^รักหมดใจ..ยัยตัวแสบ ^^ เห็นตัวแค่นี้..หอนเป็นแย้วน้า..เพี้ยนเชียว
เค้าว่ากันว่า..หมาจะเป็นเหมือนเจ้าของ...พะแนง..ไอ้น้องหมาขี้เหงา..อยู่ตัวเดียวไม่ได้..ร้องไห้ตลอด ก็คงจะเหมือนเจ้าของมันอ่ะนะ ^^ คนขี้เหงา..หมาก็เหงา..มันเลยลงล็อคพอดีที่เราได้มาอยู่ด้วยกัน มันเป็นความสุขที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ วิ่งไปวิ่งมาในห้อง บางครั้งก็หลบไปนอนตามมุมนู้นมุมนี้บ้าง..แต่หลายครั้งน้องหมาขี้เหงา ก็ชอบมานอนใกล้ๆ ปลายเท้าตอนที่เรานั่งทำงาน มอง"พะแนง" ทีไร..ก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้..ตอนนี้พะแนงเริ่มรู้เรื่องแล้ว เรียกชื่อพะแนงทีไรก็วิ่งมาทุกที แต่ด้วยความป้ำเป๋อของพะแนง (ที่ถอดแบบเจ้าของมันออกมาเป๊ะ) ก็อาจจะมีสะดุดขาตัวเองล้มหัวทิ่มบ้าง 555+ เห็นแล้วก็คิดถึงโรเจอร์ทุกที..ที่อยู่ตัวเดียว แป่วววว ^^ May 03 มาพร้อมกับพละกำลังเหลือหลายช่วงนี้กำลังคึก
555+
ขายของเป็นบ้าเป็นหลังเลย...สนุกดีแฮะ
วันก่อนพี่คนนึงที่มีคนแนะนำมาให้ไปสมัครงานกับเค้าโทรติดต่อมาจะนัดไปสัมภาษณ์งาน...พอรู้แล้วชักเริ่มใจหายแฮะ...กลัวได้งานจัง
ตอนนี้เริ่มสนุกกับชีวิตแบบนี้ซะแล้วล่ะ ((การได้ปั้นอะไรซักอย่างขึ้นมากับมือมันน่าตื่นเต้นอะไรแบบนี้เนี่ย))
อยากเปิดร้านของตัวเอง (อีกแล้ว)...ตอนนี้กำลังทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาละ...แต่ครั้งนี้ต้องระมัดระวังกว่าครั้งก่อนนะ
^^
แต่กว่าจะมีวันที่มีแรงสู้แบบนี้ได้ หลังจากที่คว้างมานาน
ก็ต้องขอบคุณหลายๆ กำลังใจเลยแหละ
คิดว่าหลายๆ คนคงจะเคยเป็นเหมือนกันนะอาการเคว้งคว้างอ่ะ
ช่วงที่กลับมาเมืองไทยใหม่ๆ ไอ่เราก็ยังมีแรงคึกดีหรอก...อาจจะมีหวั่นๆ กับอนาคตของตัวเองบ้าง แต่ก็ยังมีความหวังที่จะไปต่ออยู่นะ
พอเปิดร้านเจอก็ดั๊นมาเจ๊งอีก...ตอนนั้นถามว่ากลัวมั้ย..ก็ไม่นะ...ก็ยังคิดอยู่ว่าเราต้องหางานทำก่อนละ ตั้งหลักก่อนแล้วอย่างอื่นค่อยว่ากัน
ช่วงนั้นก็ทั้งหางานไปด้วยแล้วก็ไปขายของที่ยังเหลือค้างสต๊อคของที่ร้านตามตลาดนัดด้วยล่ะ
เหนื่อยนะ..แต่ก็ยังกำลังใจดีอยู่
แต่ก็มีหลายครั้งเหมือนกันแหละที่อดจะกังวลกับอนาคตของตัวเองไม่ได้หลังจากที่หางานมาเป็นเดือนๆ ก็ไม่ได้ซักที
พอเห็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย...ก็เริ่มหนักใจละ...แถมยังมีเรื่องอื่นๆ ที่สามารถทำให้เราอดท้อใจไม่ได้อีก ((ก็ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะมีเรื่องแบบนี้ให้คิดกะชาวบ้านเค้าด้วย 555))
จนมีหลายครั้งเหมือนกันนะที่ท้อใจและร้องไห้กับตัวเองกับบางเวลาที่รู้สึกเหมือนว่าเราไม่มีใครเลย
คนที่เราเคยคิดว่าเค้าจะสามารถเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างเราได้...เค้าก็เริ่มตีตัวออกห่างจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่..ที่เราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน -*-
((มันเหมือนคนถูกทอดทิ้งเลยล่ะ))
สุดท้ายก็ต้องขอบคุณงานที่เรียกได้ว่ามาราธอนสุดในชีวิตก็ว่าได้
ขายของตั้งแต่ 9 โมงเช้ายัน 3 ทุ่ม
-*-
ก็ดีนะที่มันช่วยทำให้ไม่มีเวลานึกถึงเรื่องที่ทำให้อ่อนใจหลายๆ เรื่องไป
การได้พูดคุยกับพี่ๆ ที่เคยล้มมาแล้ว
การได้รับฟังประสบการณ์ของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ทำให้เรารู้อะไรหลายๆ อย่างเลยล่ะ
((มันคือ MBA หลักสูตรเร่งรัดของมหาลัยชีวิต))
ไอเดียบรรเจิดเริ่มเกิดขึ้นแล้ว
เย้
อาการคว้างกลางอากาศมันหายไปแล้ว
^^
ก่อนนหน้านี้เคว้งคว้างมากๆ...ลึกๆ ในใจรู้ว่าเราไม่ได้เครียดที่เรากระเป๋าแบน ((เพราะแบนกว่านี้ก็เคยผ่านมาแล้ว..ยังทนได้เลย))
แต่เครียดเรื่องการงาน..เครียดเรื่องอนาคต
เพราะชีวิตมันต้องจริงจังนี่ใช่มั้ย...เวลาก็ผ่านไปทุกวันๆ...แต่มองไปทางไหนก็ยังหาจับอะไรเป็นชิ้นไม่ได้เลย
ไม่รู้เลยว่าจะหวังอะไรให้กับอนาคตตัวเองได้บ้าง...ยิ่งตอนคุยกะพ่อแม่วิญญาณลูกกตัญญูบังเกิด ก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่อยากให้พ่อแม่เป็นห่วงอนาคตของเราเลย
แต่ตอนนี้..ลืมไปแล้วแหละว่าเราเคยคว้างเพราะอะไร..กำลังใจที่ดีๆ มาจากไหนก็ไม่รู้อย่างน่าประหลาด
อาจจะเพราะเราเริ่มคุ้นกับประสบการณ์ชีวิตแบบนี้แล้วละมั้ง
อะไรที่แล้วๆ ก็ให้มันผ่านไปเถอะ เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งก็ยังไม่สายนี่นา
ถ้าเราไม่ฉุดตัวเองขึ้น แล้วใครจะมาฉุดเราได้ล่ะ
ขอบคุณความเหงา..เราเข้ากันได้ดีจริงๆ เพื่อน
^^ April 16 สมองคนเรานี่คิดได้ทั้งวันเลยเนอะช่วงนี้ขอสำรวจตลาดก่อนนิดส์นึง...ถ้าหางานไม่ได้ ก็อยากจะลองขายของดูซักตั้งนึง
แต่ช่วงนี้ทดลองกะร้านเพื่อนไปก่อน
...
ถ้าค่าเช่าที่ไม่แพงจนหูฉีกแบบนี้ก็คงจะดีไม่น้อย
O_O
2500-3000 บาท/วัน
-*-
-..-"
คือคนมันก็เยอะอ่ะนะ...แต่แบบนี้ต้องทำยอดวันละเท่าไหร่เนี่ยถึงจะพออยู่ได้แต่ละเดือนเนี่ยนะ
งืมๆ
ชิมลางร้านเพื่อนไปก่อนละกัน...ยังไงร้านเค้าเจ๊ง..เราก็มะเสียหาย
-*-
555+
ครั้งนี้ต้องก้าวระมัดระวังกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา
February 28 ก็แค่ความต้องการ...ที่ไม่เคยได้รับการตอบสนองสุดท้าย...หวังอะไรไปก็เท่านั้น
ขนาดตัวเราเองยังไว้ใจไม่ได้เลย...จะไปหวังเอาอะไรมากกะคนอื่นล่ะเนอะ
ทั้งๆ ที่ก็เคยบอกกับตัวเองไว้เสมอนะว่า...คนทำไม่ดีกับเราเป็นเรื่องปกติ
...คนที่เฉยๆ กับเราก็เท่าทุน...ส่วนคนที่ทำดีกับเราเป็นโบนัส...
แต่ก็อดที่จะคาดหวังกับใครบางคนไม่ได้เลยจริงๆ
ต้องโทษตัวเองแหละที่ไปคาดหวังมากเกินไป
นี่แหละที่เค้าบอกว่าให้โดยไม่หวังผลตอบแทน..เพราะไม่งั้นผิดหวังมันก็จะเจ็บ
มันก็หมายรวมถึงการให้ความรักออกไปด้วยล่ะ
ถ้าเราคาดหวังความรักตอบแทนกลับมา...ยังไงเราก็ต้องผิดหวังวันยังค่ำ
เพราะใครๆ ก็รักตัวเองมากกว่าเพื่อนบ้านทั้งนั้นน่ะ
เหอ..เหอ
สุดท้าย...อย่าไปคาดหวังเลยว่า..ความรักที่ให้ออกไป..จะได้รับกลับคืน
กำลังใจที่เราให้ออกไป..เราจะได้กลับคืน
อย่าหวังพึ่งพากำลังใจจากคนอื่น...เพราะหวังไปแล้วไม่ได้รับก็เจ็บใจเปล่าๆ
สู้ไม่ต้องคาดหวังอะไร แล้วได้รับมาซะยังจะดีกว่า
^_____________^
ยิ้มสู้ทั้งน้ำตา...คิดแง่บวกเข้าไว้
เด๋วทุกอย่างก็คงจะดีเอง February 20 วันซักผ้าขาวแห่งชาติหลังจากสะสมปริมาณผ้าขาวมาได้ 2 วันก็ได้เวลาเอาลงถังซักทีแล้ว
งานนี้ได้โอกาสขโมยเสื้อขาวของน้องเอามาลงถังด้วย
อิอิ..เพื่อความคุ้มค่า
อ่าโห่เฮะ...วันนี้เครื่องซักผ้าขยันเป็นพิเศษ
ไม่รู้อารมณ์ไหนของมัน..แทนที่ผ้าน้อยๆ จะใช้เวลาซักไม่นาน
แต่นี่...ปาเข้าไป 58 นาที...เกือบชม.แน่ะ
มันจะซักอะไรของมันนักหนานะ...ผ้าก็มีอยู่ไม่ถึงครึ่งถังด้วยซ้ำ
ด้วยความกลัวผ้าขาวจะกลายพันธุ์...ก็ใส่สารพัดสารเพน้ำยาลงไป
หวังว่าคงช่วยได้เนอะ
ว่าละก็ทำรีวิวการซักผ้าขาวซะเลยดีมั้ยเนี่ย
คิคิ
ม่ายอาวดีก่า...ขี้เกียจแฮะ
ไปแระ
February 03 โง่ที่จะรัก และวิ่งตามความรักไปอ่านเจอมาในเว็บกระปุก...ยาวไปหน่อย แต่ว่ามีความหมายที่ดีนะ...ชอบตรงที่เค้าบอกว่า...ความรัก ...ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต …แต่ความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีค่ามากที่สุดAll you need is love ...ไม่รู้คนอื่นจะคิดเหมือนเรารึเปล่านะ.. แต่สำหรับเราอ่ะ..เราเป็นคนขี้เหงามากๆ ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดก็คือความรักเนี่ยแหละ เพราะความรักที่แท้จริงไม่ได้แลกมาด้วยเงินทอง สิ่งของ หรือรูปร่างที่มองเห็นจากภายนอก แต่ได้มาด้วยใจ...สัมผัสได้ด้วยวิญญาณและความรู้สึก เพราะความรัก...ทำให้โลกนี้มีความสุข...จึงไม่มีใครที่จะปฏิเสธความรักได้เลย ทั้งจากพ่อแม่ คนรอบข้าง เพื่อนฝูง รวมไปถึงคนรักด้วยอ่านะ ^^
โง่ที่จะรัก และวิ่งตามความรัก
January 26 เรื่องของเรื่องและแล้วการหมุนของโลก ก็หมุนให้เราได้มาเจอกับเหตุการณ์และผู้คนมากมาย
ทั้งเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับเราโดยตรง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เราได้ค้นพบใครซักคน...ในช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่าฟางเส้นสุดท้ายกำลังจะขาด
คนที่เหลืออยู่..ในช่วงที่เราแทบจะไม่เหลืออะไรเลย
(ขอบคุณนะ)
^_^
ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ
ยังไงก็ไปต่อ..แหละเนอะ
January 04 พร้อมหน้ากลับบ้านช่วงปีใหม่มา...ดีจัง...ไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้า 4 คนที่บ้านแบบนี้มานานมากแล้ว
((มีรูปมาด้วยนะ...แต่เอาออกจากมือถือไม่ได้...เง้))
กลับมากรุงเทพก็วันที่ 1 น้องขับรถทั้งวัน...ดีจังที่ขับรถไม่เป็น หลับสบายตลอดทาง
เลยได้ปณิธานใหม่ว่า...ตลอดชีวิตนี้ไม่ขอขับรถเป็นเด็ดขาด
ถึงกรุงเทพก็เย็นๆ แวะไปดูเสื้อกั๊กผ้าเสริชเท่ๆ สีดำของ MNG ที่อยากได้ ปรากฎมันหมดไปแระ...อด
แล้วก็ไปกินสุกี้กะน้องกันสองคน
นึกถึงวันเก่าๆ...เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันแบบนี้นานแล้วเนอะ
ดีเหมือนกัน...ปีใหม่นี้ได้ใช้เวลากับครอบครัวเต็มที่จริงๆ
อยู่กะพ่อแม่ตลอด 2 วัน 1 คืนเต็ม...ไปไหนไปด้วยกัน 4 คน
ขับรถไปเที่ยวด้วยกัน...คุยกันถึงเรื่องสมัยที่เราเป็นเด็ก
เห็นพ่อหัวเราะกับความเป็นเด็กของเรา
เห็นแม่มองเราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก
จุ๊บแก้มพ่อเบาๆ ก่อนกลับ...หนวดพ่อก็ยังคมเหมือนเดิม...ทิ่มปากทิ่มจมูกเราอีกแระ
เป็นปลื้มจริงๆ
สุดท้ายก็น้องป๋อง...ได้รู้ข่าวใหม่ว่ามันเป็นเกย์...ซะงั้นน่ะ...แถมมีแฟนอีกตะหาก
(แม่เลี้ยงหมาไงให้เป็นเกย์เนี่ย)
มิน่า...อยู่มาจนแก่มันไม่ยอมมีเมียซักที
December 29 เรื่อยเปื่อยหายหน้าไปนานเลยตั้งแต่กลับมา...ก่อนอื่นต้องของขอบคุณพี่เจี๊ยบก่อนน้า..ที่ช่วยเป็นธุระโทรหาหมอให้ข้าน้อย
ในวันที่ข้าน้อยกรอกแอสไพลินเข้าปากไป 1300 มก. เอิ๊กๆ ทำไปได้นะคนเรา (เหมือนคนจะฆ่าตัวตายไงงั้น 555+)
แต่ก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแอสไพลินกัดกระเพาะชะมัดเลย
วันนั้นนอกจากอาการปวดหัวที่มีอยู่เดิมจะไม่หายแระ ยังได้อาการปวดท้องเข้ามาอีก ตามมาด้วยอาการหายใจไม่ออก
อันเนื่องมาจากกรดในกระเพาะมากเกินไป หรือจะเพราะแพ้ยาก็ไม่ทราบได้ เพราะหมอเค้าบอกให้ไปโรงพยาบาลอีกที
ถ้าวันนั้นไม่ได้พี่เจี๊ยบช่วยให้คำแนะนำเบื้องต้น พร้อมกับโทรไปคุยกะหมอ แถมรับหน้าแทนโดนหมอดุมาเต็มๆ
ข้าน้อยก็คงต้องนอนปวดท้องกระเพาะทะลุ หรืออาจจะเป็นหนักกว่าเดิมไปแร้วว
ก็ขอขอบคุณมากๆ นะคะ ที่ยังเป็นห่วงเป็นใยกันอยู่เสมอมา (ช่างเป็นพี่ที่ดีจริงๆ)
ไม่รู้จะขอบคุณยังไงไหว ดีใจจริงๆ ที่ยังมีคนเป็นห่วงเป็นใยชีวิตน้อยๆ ของ ด.ญ.กุ๊กกั๊กอยู่อ่านะ
เด๋วปีหน้านี้จะเปิดร้านขายเสื้อผ้าแระ ยังหาทำเลมิล่ายเลยนิ (ใครที่อยากมาอุดหนุนก็ทำใจหน่อยนะ เพราะหาร้านไม่ได้เลย มีแต่ของ เหอะๆ)
แต่ก็ยังกังวลกะหนี้ที่ตอนนี้ยอดอยู่ที่ครึ่งแสน...อีกนิดเดียวเท่านั้นจะทะลุแสนแระ
ยังไงก็จะสู้ๆ แหละ..ก็ตัดสินใจเป็นหมาล่าเนื้อแล้วนี่ ไงก็ต้องสู้ ไม่งั้นก็จะไม่ได้อาหาร
ใจจริงก็อยากเป็นหมาเฝ้าบ้านเหมือนกันนะ แต่ติดที่ว่าไม่มีบริษัทไหนที่รับเราเข้าเป็นหมาในสังกัดเลยอ่ะ
บวกกับน้องรักที่เอาใจช่วยเหลือเกิ๊นนนที่อยากให้พี่มีหนี้ เอ๊ยย..มีกิจการเป็นของตัวเอง
ลงทุนช่วยทุกอย่าง ตั้งแต่พาตระเวนหาทำเลดึกๆ ดื่นๆ หาแหล่งทุนมาให้ (โดยไม่ต้องไปพึ่งเสี่ยที่ไหน) แถมยังช่วยกระตุ้นเราอีกแหะ
จนรู้สึกว่าในเมื่อน้องมันอยากให้เราทำขนาดนี้ ก็สนองมันซะหน่อยเนอะ...
แต่ก็ดีเหมือนกัน เป็นหมาล่าเนื้อแบบนี้มีอะไรให้ตื่นเต้น ให้ลุ้นมากขึ้นจริงๆ
...สุดท้าย...ก่อนจะสิ้นปี...
ได้ข้อคิดว่า
ยามีไว้รักษาคนนะ ไม่ใช่ฆ่าคน
(จะกินยาอะไรก็คิดซะบ้างงิ...555+)
November 22 ชะอมไข่ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ทำกับข้าวเป็นหลายอย่างแระน้า...
อย่างวันนี้ก็ต้องแสดงฝีมือทำชะอมชุบไข่
(เพื่อกินกะน้ำพริกกะปิที่พี่เล็กทำไว้เมื่อวาน)
.................
ว่าแต่...เด็ดใบชะอมเนี่ยเค้าทำยังไงกันหว่า
....
..
ตั้งแต่เด็กจนโตชะอมที่แม่ชุบไข่ให้กินก็ไม่เคยเด็ดใบเลยซักครั้ง
มีแต่ใช้มีดหั่นก้านแข็งๆ ออก แล้วก็หั่นที่เหลือเป็นท่อนๆ
จนมาได้กินชะอมชุบไข่ที่นี่แหละ ถึงได้รู้ว่าเค้าเด็ดเอาแต่ใบอ่ะ ไม่เอาก้าน
ไอ้เราก็กินเป็นอย่างเดียวทำไม่เป็นซะด้วยซี
รู้แต่ว่าชะอมชุบไข่ที่เด็ดเอาแต่ใบอ่ะ อร่อย กินง่ายกว่าเป็นไหนๆ
วันนี้คุณนายเลยต้องมั่วเอาเองละกัน..เหะๆ
ก็เลยเด็ดๆ มันมั่วๆ อ่าแหละ...เด็ดไปเด็ดมาก็นึกขึ้นได้ว่า...
เอ...มันต้องใช้ไข่กี่ฟองหว่า
เฮ้ออออ...(-..-")
สรุปก็มั่วๆ ตีไข่ 3 ฟอง ตามด้วยชะอมห่อนึงที่เด็ดใบเรียบร้อยแล้ว
ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อนนนนน...เทโจ้กกกกก
ฉ่า..ฉ่า...
อู๊ยยยย...หอมจ๊างงงง
เอ้อ...แล้วมันกลับด้านไงล่ะเนี่ย (-..-")
หลังจากยืนงงอยู่ซักพัก...ในใจก็อธิษฐาน..พระเจ้าจอร์จ ขอให้มันกลับด้านได้ด้วยเถิ้ดดดด
ซักพักลองกลับด้านดู..เฮ้ยยยย...ไข่พับครึ่ง...แว้กกก...ไม่เอาๆ
เลย undo มันกลับไปใหม่ ลองอีกทีละกาน
ป้าบบบบบ
โฮะ...ได้ผลแฮะ...ได้ชะอมชุบไข่สีสวยน่ากินเชียว
จากนั้นพักไว้ให้เย็นแล้วก็เอามาหั่น...ตามแบบฉบับที่เห็นคนอื่นเค้าทำกันมา
555+
และแล้วก็ได้ชะอมชุบไข่อย่างที่เห็นนี้แล...คิคิ
|
|
|